OEM

(Original Equipment Manufacturer)

License

สิทธิการใช้งานประเภทติดตั้งมาจากโรงงาน (OEM License)

เป็นสิทธิการใช้ซึ่งจำหน่ายให้กับผู้ผลิตและผู้ประกอบคอมพิวเตอร์ สำหรับการติดตั้งไปพร้อมกับการจำหน่ายเครื่องคอมพิวเตอร์ ลูกค้าไม่สามารถขอซื้อสิทธิการใช้งานแบบ OEM แยกต่างหากได้

 

สิทธิการใช้งานประเภทติดตั้งมาจากโรงงาน (OEM)

 

• ซอฟต์แวร์แบบ OEM จะถูกติดตั้งมาพร้อมกับเครื่อง PC หรือเซิร์ฟเวอร์ที่จำหน่ายเท่านั้น

• ไม่สามารถย้ายซอฟต์แวร์ OEM จากคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งไปยังเครื่องอื่นได้ แม้จะไม่มีการใช้คอมพิวเตอร์เครื่องเดิมแล้วก็ตาม แต่สิทธิในการใช้ของซอฟต์แวร์แบบ OEM อาจถูกกำหนดใหม่ หากมีการซื้อ Software Assurance เพิ่มเติมภายใน 90 วันหลังจากการซื้อสิทธิแบบ OEM

• ซอฟต์แวร์ถูกจำกัดการใช้ด้วย Product ID Key หรือผ่านการเปิดใช้ทางเว็บหรือทางโทรศัพท์

(โดยปกติจะถูกเปิดใช้งานล่วงหน้าโดยผู้จัดทำระบบ)

• สิทธิแบบ OEM อาจมี Software Assurance ที่ซื้อภายใต้โปรแกรม Volume Licensing

 " สิทธิการใช้ระบบปฏิบัติการ Windows Desktop แบบเต็มจะจำหน่ายในรูปแบบ FPP หรือ OEM เท่านั้น โดยแบบ OEM จะมีราคาถูกกว่ามาก ส่วนโปรแกรม Volume License จะมีเฉพาะการอัพเกรดระบบปฏิบัติการ Windows Desktop เท่านั้น ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้ต้องมีสิทธิแบบ OEM หรือ FPP ของ Windows อยู่ก่อนแล้ว จึงจะสามารถอัพเกรดได้

 

ประโยชน์ที่ลูกค้าได้รับ

• ซอฟต์แวร์ถูกติดตั้งมาเรียบร้อยแล้ว และพร้อมใช้ทันทีี

• สามารถประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย โดยรวมการสั่งซื้อผลิตภัณฑ์เซิร์ฟเวอร์, แอพพลิเคชั่น และระบบปฏิบัติการเดสก์ท็อปได้

• สามารถเพิ่ม SA พร้อมกับการซื้อระบบได้ หรือจัดซื้อภายใน 90 วัน

•การเพิ่ม SA ทำให้มีสิทธิในการทำอิมเมจและใช้ซอฟต์แวร์รุ่นเก่าเช่นเดียวกับที่ลูกค้า Volume License ได้รับ

• สามารถย้ายซอฟต์แวร์แอพพลิเคชั่นหรือเซิร์ฟเวอร์แบบ OEM ไปยังคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นได้ หากมีการซื้อ SA เพิ่มเติม

 

เอกสารแสดงสิทธิ (Proof of Purchase) สำหรับลิขสิทธิ์ชนิด OEM

 

1. ฉลากใบรับรองผลิตภัณฑ์ของแท้ (Certificate of Authenticity: COA)

มีลักษณะเป็นฉลากสติกเกอร์ที่ระบุชนิด รุ่น ของผลิตภัณฑ์ รวมทั้ง หมายเลขรหัสผลิตภัณฑ์ (Product Key) ซึ่งผู้จำหน่ายเครื่องคอมพิวเตอร์จะต้องติดไว้บนตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ ดังรูปที่ 1

 โดยลักษณะของฉลากจะแตกต่างกันระหว่าง ผู้ผลิตและผู้ประกอบคอมพิวเตอร์ (System Builder) และผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ของไทยที่มียี่ห้อของตนเอง (Named) เพื่อให้ผู้ใช้ทราบถึงแหล่งที่มาของคอมพิวเตอร์ได้อย่างชัดเจน

2. คู่มือการใช้งาน (มีเฉพาะซอฟต์แวร์ระบบปฎิบัติการเดสก์ทอปเท่านั้น)

 

3. แผ่นซีดีรอมสำหรับการติดตั้ง (หรือ Recover CD*) ซึ่งจะมีใบอนุญาตงานสำหรับผู้ใช้ปลายทาง (End User License Agreement: EULA) (เป็นลักษณะของ electronic document อยู่ภายใต้ Start - Run - Type EULA.TXT) ดังคูปที่ 2

* ใบอนุญาตงานสำหรับผู้ใช้ปลายทาง (End User License Agreement: EULA) เป็นลักษณะของ electronic document อยู่ภายใต้ Start - Run - Type EULA.TXT

 

สิทธิการใช้ซอฟต์แวร์ประเภท Original Equipment Manufacturer (OEM)

 

• คู่สำหรับคอมพิวเตอร์หรือระบบที่มีสิทธิการใช้ระบบปฏิบัติการติดตั้งไว้ ฮาร์ดแวร์ต้องมีใบรับรองสินค้าของแท้ (Certification of Authenticity - COA) ติดไว้กับตัวเครื่องคอมพิวเตอร์ ส่วนคอมพิวเตอร์หรือระบบที่มีสิทธิการใช้แอพพลิเคชั่นนั้น COA จะติดอยู่กับกล่องของซอฟต์แวร์ โดยคอมพิวเตอร์หรือเซิร์ฟเวอร์แบบ OEM ที่มีสิทธิการใช้ซอฟต์แวร์ประเภท OEM ติดตั้งจะมีจำหน่ายผ่านช่องทางจำหน่ายต่างๆ จำนวนมาก

• สิทธิการใช้ระบบปฏิบัติการ Windows Desktop แบบเต็มจะจำหน่ายในรูปแบบ FPP หรือ OEM เท่านั้น โดยแบบ OEM จะมีราคาถูกกว่ามาก ส่วนโปรแกรม Volume License จะมีเฉพาะการอัพเกรดระบบปฏิบัติการ Windows Desktop เท่านั้น ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้ต้องมีสิทธิแบบ OEM หรือ FPP ของ Windows อยู่ก่อนแล้ว จึงจะสามารถอัพเกรดได้

• การใช้ซอฟต์แวร์ OEM อยู่ภายใต้เงื่อนไขของใบอนุญาตใช้งานสำหรับผู้ใช้ปลายทางหรือ End User License Agreement (EULA) ซึ่งเป็นข้อตกลงระหว่างผู้ผลิตฮาร์ดแวร์และผู้ใช้

• ซอฟต์แวร์ OEM ไม่สามารถย้ายไปยังคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นอีก ถึงแม้คอมพิวเตอร์เครื่องนั้นจะไม่ถูกใช้งานแล้วก็ตาม ยกเว้นผลิตภัณฑ์ Office หรือเซิร์ฟเวอร์ที่ซื้อ SA เพิ่มเติมภายใน 90 วัน

• การใช้งานซอฟต์แวร์ OEM อาจต้องใช้ Product ID Key ซึ่งจำกัดจำนวนการใช้ หรือต้องเปิดใช้ผลิตภัณฑ์ผ่านเว็บหรือผ่านโทรศัพท์ภายใน 90 วัน

• ไม่มีสิทธิในการใช้งานรุ่นต่ำกว่า ยกเว้นผลิตภัณฑ์ ดังต่อไปนี้

 

ประโยชน์ที่ได้รับจากการซื้อสิทธิการใช้งานแบบ OEM ไปพร้อมเครื่อง

 

ง่ายต่อการนำไปใช้ สามารถได้รับทุกสิ่งที่ต้องการ ได้แก่ การติดตั้งล่วงหน้า, ทำงานร่วมกับฮาร์ดแวร์ได้ และมั่นใจได้ว่า ระบบสามารถทำงานได้ด้วยประสิทธิภาพสูงสุดทันทีที่ใช้

เพิ่มประโยชน์และความสะดวก ประหยัดเวลา ลดความวุ่นวาย ด้วยคอมพิวเตอร์หรือเซิร์ฟเวอร์ที่ติดตั้งระบบปฏิบัติการเรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการติดตั้งลง

ลดค่าใช้จ่าย คอมพิวเตอร์ที่ติดตั้งด้วยซอฟต์แวร์ OEM จะมีราคาถูกกว่าการแยกซื้อฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์

การซื้อ Software Assurance สามารถซื้อเพิ่ม SA พร้อมกับการซื้อระบบได้ หรือจัดซื้อภายใน 90 วัน การเพิ่ม SA ทำให้มีสิทธิในการทำอิมเมจและใช้ซอฟต์แวร์รุ่นเก่าเช่นเดียวกับที่ลูกค้า Volume License ได้รับ และสามารถย้ายซอฟต์แวร์แอพพลิเคชั่นหรือเซิร์ฟเวอร์แบบ OEM ไปยังคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นได้ หากมีการซื้อ SA เพิ่มเติม

 

 

 

 

FPP

(Full Package Product)

License

คุณลักษณะของสิทธิการใช้งานประเภทกล่อง

 

• สินค้าจำหน่ายแบบกล่องมีจำหน่ายตามร้านค้าปลีกทั่วไปและมีราคาสำหรับ ภาคการศึกษา

• เหมาะสำหรับลูกค้าปลีกหรือองค์กรที่มีการใช้ซอฟท์แวร์น้อยกว่า 5 ลิขสิทธิ์

• ควรเก็บชุดผลิตภัณฑ์เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันลิขสิทธิ์

• บรรจุกล่อง ห่อด้วยพลาสติกใส

• สามารถเปิดใช้งานผ่านทางเว็บหรือทางโทรศัพท์

 

ชุดผลิตภัณฑ์ประกอบด้วย

 

• คู่มือการใช้งาน (Manual)

• ใบรับรองสินค้าของแท้ (Certificate of Authenticity: COA) ติดอยู่ข้างกล่อง

• ใบอนุญาตการใช้งานสำหรับผู้ใช้ปลายทาง (End User License Agreement)

• แผ่นดิสก์ หรือ CD ROM

 

สิทธิในการใช้งานของ FPP

 

• สิทธิในการใช้งานเวอร์ชั่นเก่า (Downgrade Right) ไม่ได้รับสิทธิในการใช้งานเวอร์ชั่นเก่าได้ ยกเว้น Microsoft Windows Server 2003

• ไม่สามารถใช้งานข้ามภาษา

• สามารถโอนย้ายข้ามเครื่องได้

 

สินค้าแบบกล่องสำหรับภาคการศึกษา (Academic Edition : AE)

 

สำหรับการนำไปใช้ในการเรียนการสอน หรือใช้งานในสถาบันการศึกษาเท่านั้น องค์กรที่สามารถซื้อราคาสำหรับภาคการศึกษา อาทิ

• โรงเรียน หลักสูตรปกติ รับรองโดยกระทรวงศึกษาธิการ

• วิทยาลัย มหาวิทยาลัย (ภาครัฐและเอกชน)

• นักเรียน นักศึกษา อาจารย์

• ห้องสมุดของสถาบัน

• โรงเรียนสอนคอมพิวเตอร์ ที่จัดตั้งตามมาตรา 15(2) พรบ. โรงเรียนเอกชน (ใบอนุญาตระบุหลักสูตรคอมพิวเตอร์เท่านั้น)

 

หลักฐานในการสั่งซื้อ สินค้าแบบกล่องสำหรับภาคการศึกษา

• แสดงเอกสารจดทะเบียนสถาบัน / บัตรประจำตัวนักเรียน อาจารย์

• ไม่สามารถนำมาใช้ในองค์กรประเภทอื่น ๆ

 

 

 

Volume

License

Microsoft Volume Licensing คืออะไร?

 

ลูกค้าที่เข้าร่วมโปรแกรม Microsoft Volume Licensing จะสามารถซื้อสิทธิ์ได้ในราคาถูกกว่าการซื้อซอฟต์แวร์แบบกล่องจำหน่ายปลีก (Full Package Product - FPP) ดังนั้น สำหรับลูกค้าที่ต้องการใช้ซอฟต์แวร์ของไม่โครซอฟท์มากกว่า 1 ชุด การจัดซื้อผ่านโปรแกรม Volume Licensing จึงเป็นวิธีลด ค่าใช้จ่ายรวมในการเป็นเจ้าของ (Total Cost of Ownership - TCO) อย่างมีประสิทธิภาพ

ไมโครซอฟท์ได้เตรียมการจำหน่ายสิทธิ์แบบ Volume Licensing ผ่านเครื่อข่ายของร้านค้า และคู่ค้า เพื่อเพิ่มทางเลือกและเป็นช่องทางในการจัดซื้อที่สะดวกให้แก่ลูกค้า โดยแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่

 

 

Open License

Select License

Enterprise s Agreement

Microsoft Open license

 

Open License เป็นโปรแกรมการจัดซื้อลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์สำหรับองค์กรธุรกิจขนาดเล็ก และขนาดกลางที่ต้องการใช้ลิขสิทธิ์ไมโครซอฟท์ตั้งแต่ 5 ชุดขึ้นไปในการสั่งซื้อครั้งแรก โดยโปรแกรม Open License นี้จะทำให้ท่านได้รับสิทธิประโยชน์ และความคุ้มค่า สามารถสั่งซื้อได้กับตัวแทนจำหน่ายไมโครซอฟท์ทั่วไป

รวมถึงความสะดวกและง่ายต่อการบริหารจัดการลิขสิทธิ์ในองค์กร โดยสามารถตรวจสอบรายการลิขสิทธิ์ได้ทางเว็ปไซต์ เป็นการลดขั้นตอนและความยุ่งยากในการเก็บเอกสาร และชุดผลิตภัณฑ์ และลูกค้าสามารถจัดซื้อลิขสิทธิ์ไมโครซอฟท์เพิ่มเติมโดยไม่จำกัดจำนวน ตลอดช่วงเวลา 2 ปี

นอกจากนี้ Open License ยังมีราคาพิเศษสำหรับสถาบันการศึกษา องค์กรการกุศล และหน่วยงานภาครัฐ

 

ประเภทของ Open License

Open License แบ่งออกเป็น 3 รูปแบบ ได้แก่ Open Business, Open Volume และ Open Value ซึ่งได้รับการออกแบบมาให้เหมาะสมกับความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละองค์กร ดังนี้

 

Open Business

เป็นทางเลือกที่เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการซื้อสิทธิการใช้ซอฟต์แวร์อย่างน้อย 5 ไลเซ็นส์ หรือสิทธิการใช้เซิร์ฟเวอร์ (ต่อโปรเซสเซอร์) 1 ไลเซ็นส์ โดยจะได้รับส่วนลดในการซื้อปริมาณมาก ตั้งแต่ 3 – 27 % โดยประมาณ, จัดการสิทธิได้ง่าย และสามารถซื้อสิทธิเพิ่มเติมได้ภายใต้สัญญาเดิมเมื่อต้องการตลอดระยะ 2 ปีของอายุสัญญา จึงรองรับการเติบโตของธุรกิจได้ดี

 

Open Volume

เหมาะสำหรับองค์กรที่ต้องการสิทธิการใช้ปริมาณมากๆ เนื่องจากจะสามารถประหยัดเงินได้มากขึ้นกว่าโปรแกรม Open Business โดยไมโครซอฟท์ได้กำหนดผลิตภัณฑ์ออกเป็นกลุ่ม (แอพพลิเคชั่น, ซอฟต์แวร์ระบบ และเซิร์ฟเวอร์) พร้อมกับกำหนดคะแนนให้กับแต่ละผลิตภัณฑ์ ลูกค้าจะสามารถเลือกซื้อสิทธิการใช้ซอฟต์แวร์ผ่านโปรแกรม Open Volume ได้ เมื่อรวมคะแนนผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเดียวกันได้มากกว่า 500 คะแนนในการสั่งซื้อครั้งแรก โดยไมโครซอฟท์จะใช้คะแนนในการกำหนดระดับราคาที่ผู้ซื้อจะได้รับด้วย ทั้งนี้สัญญาจะมีอายุ 2 ปีเช่นเดียวกับโปรแกรม Open Business

 

Open Value

เป็นโปรแกรมจำหน่ายสิทธิการใช้ซอฟต์แวร์ที่คุ้มค่าที่สุด สำหรับองค์กรที่ต้องการซื้อสิทธิการใช้พร้อมด้วย Software Assurance อย่างน้อย 5 ไลเซ็นส์ มีรูปแบบการซื้อที่ยืดหยุ่นและสะดวก ไม่ยุ่งยาก ให้ทางเลือกในการแบ่งชำระหรือเช่าใช้ซอฟต์แวร์ไมโครซอฟท์ในระยะเวลา 3 ปีของสัญญา พร้อมด้วยสิทธิประโยชน์จาก Software Assurance (SA) ซึ่งทำให้การจัดการอัพเกรดได้ง่ายขึ้นและบริหารค่าใช้จ่ายด้านซอฟต์แวร์ได้ดีขึ้น

 

 

 

 

Select License

 

เป็นโปรแกรมการจัดซื้อลิขสิทธิ์สำหรับองค์กรขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ที่มีเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ 250 เครื่องขึ้นไป สามารถจัดซื้อผลิตภัณฑ์ไมโครซอฟท์ที่ต้องการ ในราคาที่คุ้มค่าและรูปแบบการซื้อที่ยืดหยุ่น และสะดวก โดยลูกค้าที่สามารถประมาณการการใช้ซอฟต์แวร์ไมโครซอฟท์ในระยะเวลา 3 ปี โดยการคิดคะแนนของผลิตภัณฑ์ในแต่ละกลุ่ม

 

Select License จะเป็นรูปแบบของโปรแกรมการจัดซื้อซอฟต์แวร์ ที่ลูกค้าองค์กรมีการเซ็นสัญญากับไมโครซอฟท์เป็นระยะเวลา 3 ปี โดยลูกค้าสามารถสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ไมโครซอฟท์จาก ตัวแทนจำหน่ายสำหรับองค์กรขนาดใหญ่ของไมโครซอฟท์ (Large Account Resellers: LAR) ได้ตลอดช่วงอายุของสัญญา

 

องค์กรประเภทใดที่ควรใช้ Select License

1.องค์กรขนาดกลาง และขนาดใหญ่ที่มีคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ 250 เครื่องขึ้นไป

2.องค์กรธุรกิจข้ามชาติที่มีบริษัทในเครือ สาขาจำนวนมาก ซึ่งแต่ละบริษัทมีการบริหารจัดการที่อิสระ โดยรับแนวนโยบายจากบริษัทแม่

3.องค์กรธุรกิจขนาดกลางที่มีเครือข่ายการบริหารจัดการกระจายอยู่ทั่วไป

4.องค์กรภาคการศึกษาหรือองค์กรภาครัฐ

 

 

Microsoft Enterprise Agreement

 

ไมโครซอฟท์ได้เพิ่มเติมสิทธิประโยชน์ให้กับ Enterprise Agreement ด้วยการลงทะเบียนถึง 3 แบบ ช่วยเพิ่มความคุ้มค่าและประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนธุรกิจโดยตรง

ปัจจุบันองค์กรธุรกิจสมัยใหม่ต่างพึ่งพาเทคโนโลยีเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน องค์กรธุรกิจหลายแห่งต่างมองหารูปแบบเทคโนโลยีที่ยืดหยุ่น และเป็นมาตรฐาน ซึ่งจะทำให้การบริหารจัดการเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

Microsoft Enterprise Agreement เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของโปรแกรมการจัดซื้อลิขสิทธิ์ สำหรับองค์กรขนาดใหญ่ที่มีเครื่องคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ 250 เครื่องขึ้นไป และมีการใช้ผลิตภัณฑ์ไมโครซอฟท์เป็นมาตรฐานสำหรับระดับเครื่องลูกข่ายทั้งองค์กร และต้องการความสะดวกในการบริหารจัดการระบบซอฟต์แวร์

 

Microsoft Enterprise Agreement เหมาะสำหรับองค์กรที่มีการบริหารจัดการระบบจากศูนย์กลาง มีการวางมาตรฐานการใช้งานซอฟต์แวร์ในองค์กร เป็นองค์กรที่ต้องอาศัยเทคโนโลยีสมัยใหม่ในการสร้างความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ มีการอัพเกรดฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์อย่างสม่ำเสมอ ในโปรแกรมของ Microsoft Enterprise Agreement ไมโครซอฟท์ได้จัดชุดผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่นิยมเบื้องต้น ในราคาที่คุ้มค่า และข้อเสนอจากแบ่งจ่ายรายปี ตลอดช่วงเวลา 3 ปีของอายุสัญญา

 

สิทธิประโยชน์ของ Microsoft Enterprise Agreement

1.ประหยัด คุ้มค่ากับการลงทุนในเทคโนโลยี เนื่องจาก Microsoft Enterprise Agreement ได้รวมแผนประกันการอัพเกรด ซึ่งนอกเหนือจากการใช้ผลิตภัณฑ์รุ่นล่าสุดจากไมโครซอฟท์ ลูกค้าจะได้รับการสนับสนุนทางเทคนิค การฝึกอบรมทั้งการใช้งาน และทางเทคนิค การให้คำปรึกษา

2.การชำระเงินรายปีตลอดช่วงเวลา 3 ปีของสัญญา

3.ต้นทุนของการเป็นเจ้าของ (Cost of Ownership) ต่ำ ในขณะที่สามารถเพิ่มขีดความสามารถขององค์กร โดยการสร้างมาตรฐานซอฟต์แวร์ในองค์กรจากเทคโนโลยีของไมโครซอฟท์

4.สามารถขยายสิทธิประโยชน์ครอบคลุมบริษัทในเครือ

 ทำให้ได้ราคาที่คุ้มค่ามากยิ่งขึ้น 5.สร้างมาตรฐานเดียวกันทั้งองค์กร เพื่อให้ผู้ดูแลระบบเทคโนโลยีขององค์กรทำงานง่ายขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดภาะค่าใช้จ่ายของหน่วยงาน

6.การบริหารจัดการลิขสิทธิ์ที่ง่าย รวมถึงความยืดหยุ่นในการใช้งบประมาณ

 

 

Volume Licensing คือ โปรแกรมที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับลูกค้าของคุณ

• ด้วยราคาที่จูงใจและสามารถประมาณการค่าใช้จ่ายได้

•สิทธิในการทำอิมเมจซอฟต์แวร์, การใช้ผลิตภัณฑ์รุ่นเก่า, การย้ายซอฟต์แวร์ไปที่ฮาร์ดแวร์ใหม่ และสิทธิเพิ่มเติมอื่นๆ

•สิทธิการใช้แอพพลิเคชั่นสำหรับเดสก์ท็อป เช่น Microsoft Office อนุญาตให้ติดตั้งซอฟต์แวร์บนโน้ตบุ๊คของผู้ใช้ได้

•Software Assurance ซึ่งช่วยให้ใช้ซอฟต์แวร์รุ่นล่าสุดได้ตลอดเวลา ให้สิทธิในการแบ่งจ่าย ให้สิทธิใช้ซอฟต์แวร์ที่บ้าน มีบริการ eLearning และสิทธิประโยชน์อื่นอีกมาก

•สิทธิในการทำอิมเมจของซอฟต์แวร์และการใช้ซอฟต์แวร์รุ่นเก่าจะช่วยอำนวยความสะดวกในการติดตั้งซอฟต์แวร์จาก Volume Licensing และการสร้างมาตรฐานเดียวกันให้กับทั้งองค์กร

•ให้สิทธิในการใช้ซอฟต์แวร์รุ่นภาษาอื่น ตราบเท่าที่ภาษาที่ใช้มีราคาไม่สูงกว่ารุ่นภาษาเดิม

•อนุญาตให้ใช้ผลิตภัณฑ์รุ่นเดียวกันหรือต่ำกว่าบนระบบของ Intel หรือ Macintosh ก็ได้ ตรวจสอบรายชื่อผลิตภัณฑ์ที่ให้สิทธินี้ได้ที่ http://www.microsoftvolumelicensing.com

•อนุญาตให้ย้ายซอฟต์แวร์และ SA ไปยังคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นภายในองค์กรได้

บริษัท เอซอฟท์วัน จำกัด

9 เดอะเพลส 9204 จันทน์ 18/2 ขวงทุ่งวัดดอน เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120

sales@asoft1.com

02-2865244

02-2867794 - 95

จันทน์ - ศุกร์

08.30 - 17.30